Slotgame Button Min
Pussy Button MinJoker Button Min
Luca Button MinPg Button MinLavabet123 Button Min
Header Pc02 Min
Header Mobile 02 Min
Register Button Min
Home MinGame MinPromo MinArticle MinDownload MinContact MinLavabet123 Menu ArticleReview MinRanking1
Contact MinLavabet123 Menu ArticleReview MinRanking1
Bg Slide Desktop Min
Bg Slide Mobile Min

iPhone13 พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของ ใครเป็นแฟนตัวจริงห้ามพลาด

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ iPhone13 Series ใหม่รุ่นเรือธงจาก Apple  ในที่สุดก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานอีเวนต์สตรีมจากแคลิฟอร์เนีย เป็นการเปิดตัว iPhone13 ทั้ง 4 รุ่น ตรงตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเปิดตัว iPhone12 โดยในครั้งนี้ iPhone13 ทั้ง 4 รุ่นแบ่งเป็นรุ่นต่างๆ ดังนี้ iPhone13 mini ขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว iPhone13 ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว iPhone13 Pro ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว และ iPhone13 Pro Max ขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว

สิ่งที่แตกต่างและล้ำกว่าใน iPhone13 Series

1.หน้าจอแบบ Super Retina XDR ที่ให้แสงสว่างและความคมชัดที่มากกว่า

2.การสแกนลายนิ้วมือ หรือ Touch ID ที่อาจกลับมาให้เราได้เห็นและได้ใช้งานอีกครั้งในรุ่นนี้ แต่ยังไม่แน่ชัดในเรื่องของตำแหน่ง ว่า Touch ID จะอยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่องหรืออยู่ระหว่างใต้หน้าจอ

3.รอยบาก (Notch) คาดว่าในรุ่นนี้รอยบากจะมีขนาดที่เล็กลง และอาจเล็กลงกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 2 เท่า เนื่องจากเป็นเซ็นเซอร์ FaceID รุ่นใหม่ล่าสุด

4.ปรับดีไซน์กล้องหลัง โดยให้กล้องหลังมีความนูนกว่าเดิม ตัวกันสั่นยื่นออกมาทั้งหมด เพื่อให้ครอบคลุมตัวกล้อง ส่วนการจัดเรียงกล้องอาจมาในรูปแบบของแนวทแยง

5.ขยายกล้องหลังเลนส์ Ultra Wide ที่สามารถขยายค่ารูรับแสงให้กว้างมากยิ่งขึ้นถึง f/1.8 เลยทีเดียว

6.ชิปเซตรุ่นใหม่ แบบ Apple A15 Bionic ที่มีประสิทธิภาพบนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 5nm 

7.หน้าจอแบบ LTPO OLED ในรุ่นตัวท็อป คือรุ่น iPhone13 Pro และ 13 Pro Max โดยสามารถรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดถึง 120Hz ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

8.รองรับ MagSafe และฟังก์ชัน Reversed Wireless Charging ที่สามารถรองรับกำลังไฟขณะชาร์ตได้มากขึ้นและรองรับการชาร์ตไฟแบบไร้สายย้อนกลับ

9.อัปเกรดฟีเจอร์ถ่ายภาพดวงดาวแบบ Astrography รวมไปถึงโหมดการถ่ายวิดีโอแบบ Cinematic Video

ความพิเศษของ iPhone13 Pro และ iPhone13 Pro Max

iPhone13 Series แต่ละรุ่น ความจุและราคา

iPhone13 mini และ iPhone13 มาพร้อม 3 ความจุให้เลือกใช้งาน ได้แก่ 64GB, 128GB, และ 256GB คาดว่ามีสีสันให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่

1.สีชมพู (Rose Pink)

2.สีแดง (Product Red)

3.สีน้ำเงิน (Sierra Blue)

4.สีดำ (Matte Black)

5.สีสตาร์ไลต์

บาคาร่า

ขอบคุณภาพจาก droidsans

 

iPhone13 mini ความจุและราคาโดยประมาณ

iPhone13 mini ความจุ 64GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 800 USD หรือประมาณ 27,600 บาท

iPhone13 mini ความจุ 128GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 USD หรือประมาณ 30,100 บา

iPhone13 mini ความจุ 256GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,100 USD หรือประมาณ 34,100 บาท

iPhone13 ความจุและราคาโดยประมาณ

iPhone13 ความจุ 64GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 USD หรือประมาณ 31,600 บาท

iPhone13 ความจุ 128GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,100 USD หรือประมาณ 34,100 บาท

iPhone13 ความจุ 256GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,250 USD หรือประมาณ 38,100 บาท

iPhone 13 Pro และ iPhone13 Pro Max มาพร้อม 4 ความจุให้เลือกใช้งาน ได้แก่ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB คาดว่ามีสีสันให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่

1.สีน้ำเงิน (Sierra Blue)

2.สีทอง (Gold)

3.สีขาว (White)

4.สีม่วง (Purple)

5.สีกราไฟต์ (Graphite)

iPhone13 Pro ความจุและราคาโดยประมาณ

iPhone13 Pro ความจุ 128GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,400 USD หรือประมาณ 42,700 บาท

iPhone13 Pro ความจุ 256GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,550 USD หรือประมาณ 47,700 บาท

iPhone13 Pro ความจุ 512GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,750 USD หรือประมาณ 52,700 บาท

iPhone13 Pro ความจุ 1TB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 2,200 USD หรือประมาณ 66,800 บาท

iPhone13 Pro Max ความจุและราคาโดยประมาณ

iPhone13 Pro Max ความจุ 128GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,550 USD หรือประมาณ 47,700 บาท

iPhone13 Pro Max ความจุ 256GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1,750 USD หรือประมาณ 52,700 บาท

iPhone13 Pro Max ความจุ 512GB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 2,200 USD หรือประมาณ 66,800 บาท

iPhone13 Pro Max ความจุ 1TB ราคาโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 2,350 USD หรือประมาณ 70,900 บาท

ทั้งสีสัน ความจุและราคาโดยประมาณ เป็นการคาดการณ์และรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ ที่ค่อยๆ ทยอยปล่อยข้อมูลและสเปกออกมาเรื่อยๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้งจากทาง Apple ว่าจะเป็นไปอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้หรือไม่ และจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ได้ตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจหรือไม่

สำหรับความคาดหวังที่หลายคนรอคอย คงเป็นเรื่องของ การสแกนลายนิ้วมือ หรือ Touch ID เพราะจาก iPhone รุ่นก่อนๆ ที่ไม่มี Touch ID บอกเลยว่าการปลดล็อกเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก หลายคนมีปัญหาในเรื่องของการปลดล็อก ซึ่งแตกต่างจากการใช้ระบบ Touch ID ที่สามารถทำได้ง่ายกว่า แม้ Apple จะใช้ Apple Watch มาช่วยในการปลดล็อกก็ตาม ที่สำคัญการไม่มีระบบ Touch ID ยังส่งผลให้ไม่สามารถใช้จ่ายเงินและปลดล็อกแอปธนาคารได้อีกด้วย นอกจากนี้ หากใน iPhone13 ไม่มี USB-C คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอีกเช่นกัน

สำหรับประเทศไทย iPhone13 Series ทั้ง 4 รุ่นนี้คาดว่าจะสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นใครอยากจับจองเป็นเจ้าของ iPhone13 Series รุ่นใหม่นี้คงต้องคอยติดตามข่าวสารกันให้ดีๆ เพราะอีกไม่นานนี้แล้วที่จะเปิดตัว โดยเฉพาะในเรื่องของสเปก ความจุ สีสันและราคา ที่ยังไม่แน่นอนว่าจะถูกจะแพงแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะยังไงหากมั่นใจว่าจะเป็นเจ้าของ iPhone13 คงต้องเตรียมเงินเผื่อๆ ไว้จะได้พร้อมจองทันทีนั่นเอง

#Relative Post โปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line Icon
Footer Min
Register Mobile Min
Download Mobile MinContact Mobile Min
Sticky Register Min
Sticky Women Min
Sticky Line Min
Copyright © 2021 Supported by